‘โรคถุงลมโป่งพอง’ แค่ประกอบอาหารก็อาจเป็นได้

โรคถุงลมโป่งพองเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่มีปัจจัยเสี่ยงใกล้ตัว เพราะโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากการสะสมมลพิษผ่านการสูดดมเข้าสู่ร่างกายเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายถึงขั้นระบบหายใจล้มเหลวได้ ถือเป็นอีกหนึ่งโรคที่ควรทำความเข้าใจ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยง

ผศ.นพ.ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ สาขาวิชาโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โรคถุงลมโป่งพอง คือภาวะของถุงลมภายในปอดมีการขยายตัวมากขึ้นกว่าปกติ จากการทำลายเนื้อปอดโดยเฉพาะส่วนถุงลม ส่งผลให้พื้นที่ผิวปอด ที่แลกเปลี่ยนออกซิเจนน้อยลง จนเกิดความยากลำบากในการหายใจ และทำให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่ได้รับออกซิเจนในปริมาณที่เหมาะสม ปัจจัยเสี่ยง คือการได้รับสารกระตุ้น หรือสารระคายเคือง เป็นเวลานาน เช่น ควันบุหรี่ หรือสารมลพิษทั้งในครัวเรือนและนอกครัวเรือนผ่านการหายใจเข้าสู่ร่างกาย
การได้รับสารกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง เช่น การสูบบุหรี่ การสูดดมควันบุหรี่ เป็นต้น ส่วนการหายใจเอามลพิษเข้าสู่ร่างกาย คือการสูดดมมลพิษจากการเผาไหม้ จากทั้งในและนอกครัวเรือน เช่น การสูดดมควันรถยนต์ การสูดดมควันที่เกิดจากการทำอาหาร เป็นต้น แม้ว่าผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพองกว่า 80% นั้นเกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่ แต่ปัจจุบันตรวจพบว่ามีผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพองที่ไม่สูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย เช่น อินเดีย หรือจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งพบว่าเกิดจากสัมผัสสารกระตุ้น และมลพิษทั้งในและนอกครัวเรือน จึงควรระวังมากขึ้น นอกจากควันบุหรี่ ในเรื่องของการสูดดมสารกระตุ้นให้เกิดโรคเข้าสู่ร่างกาย จากเช่นมลพิษจากการเผาไหม้ที่เกิดจากอาหารภายในครัวเรือน ที่ใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิง ในการหุงหาอาหาร ในสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท เป็นประจำ ก็พบเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าวได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth