แช่เกิน 30วันปรับ 1หมื่น นับถอยหลังปิดตำนาน”ป้ายแดง” มิ.ย

สัปดาห์นี้เตรียมนับถอยหลังปิดตำนาน “รถใหม่ป้ายแดง” หรูนานเกิน 30 วันถูกปรับแน่ 10,000 บาท ใครมีแพลนจะซื้อรถใหม่ มาอ่านข้อกฎหมายแม่นๆ ก่อน

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ประกาศกวดขันตรวจจับรถป้ายแดงที่ไม่จดทะเบียนภายใน 30 วัน นับจากวันรับรถ ตามพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 6 ฐานใช้รถที่ยังไม่จดทะเบียน โดยปรับทันที 10,000 บาท     
 
ถือเป็นมาตรการขั้น 2 ที่เข้มข้นขึ้น หลังจากได้ออกมาตรการกวดขันรถป้ายแดงขั้นแรกตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. -31 ธ.ค.60 เข้มงวดการใช้รถป้ายแดง ช่วง 3 เดือนแรก ที่เปรียบเทียบปรับ 1,000 บาท กับ “ผู้ใช้รถป้ายแดงที่ไม่จดทะเบียนภายใน 60 วันนับจากวันรับรถ” ควบคู่กับการแนะนำ ตักเตือนให้เร่งจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยเร็ว ซึ่งปัจจุบัน ขบ.ใช้ระยะเวลาในการจดทะเบียนรถใหม่เพียงวันเดียวเท่านั้น 
 
“ป้ายแดง” เป็นเครื่องหมายพิเศษที่ ขบ.ออกให้บริษัทจำหน่ายรถสำหรับใช้ติดรถเพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าหรือนำรถไปซ่อมแซมเท่านั้น โดยกำหนดให้วิ่งได้ระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลากลางวัน   นั่นหมายถึงว่า “ห้ามวิ่งกลางคืน” ผู้ซื้อรถหรือประชาชนทั่วไปไม่สามารถนำรถป้ายแดงมาวิ่งใช้งานบนท้องถนนไม่ว่าเวลาใดก็ตาม 

ดังนั้นผู้จำหน่ายรถต้องระบุวันที่รับรถในสมุดคู่มือการใช้ป้ายแดง เพื่อให้เจ้าของรถแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันทีเมื่อถูกเรียกตรวจสอบ อีกทั้งผู้จำหน่ายรถต้องจัดทำรายงานข้อมูลการรับรถส่ง ขบ.เป็นประจำทุกเดือน ส่วนสาเหตุที่ห้ามวิ่งช่วงกลางคืน เนื่องจากเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุถูกเฉี่ยวชน เพราะมองเห็นไม่ชัดเจนไม่เหมือนป้ายขาว แต่ที่ผ่านมาก็ผ่อนผันอนุโลมให้ใช้ “ป้ายแดง” กันจนพร่ำเพรื่อและเกลื่อนถนน ด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่าโชว์รูมออกป้ายให้ก่อนระหว่างรอการจดทะเบียนและรับโอนรถ
 
ขณะที่คนไทยบางกลุ่มก็ยังมีค่านิยมผิดๆ คิดว่าการใช้ป้ายแดงคือความโก้หรู ได้โชว์ให้โลกรู้ว่ามีเงินซื้อรถใหม่ป้ายแดง
 
เป็นที่มาให้ “รถป้ายแดง” ถูกโจรกรรมได้ง่าย และนำป้ายแดงไปก่ออาชญากรรมกระทำสิ่งผิดกฎหมายของกลุ่มมิจฉาชีพที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความมั่นคง กรมการขนส่งทางบก จึงเสนอร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ…..เพื่อยกเลิกป้ายแดง ระหว่างการแก้ไขกฎหมายจึงออกมาตรการกวดขันรถป้ายแดงเพื่อป้องปรามปัญหาอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้ป้ายแดง
 
“การเข้มงวดดังกล่าวเพื่อป้องกันปัญหาการใช้รถผิดกฎหมาย และอาจเป็นช่องทางการก่อปัญหาอาชญากรรมของกลุ่มมิจฉาชีพ ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและยากต่อการควบคุมกำกับดูแลการใช้รถใช้ถนน เนื่องจากตามกฎหมายแล้วป้ายแดงเป็นเพียงเครื่องหมายพิเศษที่กรมฯ ออกให้แก่บริษัทจำหน่ายรถอนุญาตให้ใช้เฉพาะกรณีเพื่อขายหรือเพื่อซ่อมเท่านั้น เช่น การขับจากโรงงานผู้ผลิตไปส่งยังผู้แทนจำหน่าย หรือขับจากผู้แทนจำหน่ายส่งไปยังผู้ซื้อ ยังไม่ถือว่าเป็นรถที่ได้รับการจดทะเบียนและเสียภาษีตามกฎหมายกำหนด ในการเคลื่อนย้ายแต่ละครั้งต้องใช้คู่กับสมุดคู่มือประจำรถและใบอนุญาตให้ใช้รถ หรือได้รับอนุญาตเป็นครั้งคราว แต่ปัจจุบันกลับใช้ป้ายแดงผิดวัตถุประสงค์ นอกจากนี้หากตรวจพบว่าใช้ป้ายแดงปลอม ถือว่ามีความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมมีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับสูงสุด 10,000 บาทด้วย” นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ย้ำให้ฟังอีกครั้ง   
 
สำหรับความคืบหน้าการออกกฎหมายบังคับห้ามใช้ป้ายแดงนั้น ขณะนี้ผ่านการพิจารณาของกฤษฎีกาและการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องตามมาตรา 77 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 แล้ว อยู่ระหว่างการเสนอ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คาดว่าจะบังคับใช้ได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ กฎหมายใหม่จะไม่กำหนดให้ใช้เครื่องหมายพิเศษ (ป้ายแดง) อีกต่อไป รถยนต์ใหม่ทุกคันต้องจดทะเบียนให้เสร็จสิ้นก่อนใช้งานบนท้องถนน  
 
นายสนิท บอกด้วยว่าปัจจุบันมีรถทั่วประเทศกว่า 37 ล้านคัน เป็นรถที่จดทะเบียนใหม่ทั่วประเทศเกือบ 3 ล้านคันหรือเฉลี่ยเดือนละกว่า 2.4 แสนคัน ออกป้ายแดงให้ผู้แทนจำหน่าย 3,000 กว่ารายทั่วประเทศ 400,000 กว่าป้าย เมื่อยกเลิกป้ายแดง เจ้าของรถต้องชำระภาษี เพราะรถป้ายแดงไม่ได้จดทะเบียนรถจึงเลี่ยงภาษี ที่ผ่านมาบางรายแช่ป้ายแดง 1-2 ปีก็มี
 
ปัจจุบันรายได้จากภาษีรถในกรุงเทพฯ ตกประมาณ 9,000-10,000 ล้านบาทต่อปี ทั่วประเทศประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี รวมรถที่เสียภาษี 30,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากการยกเลิก “ป้ายแดง” จะแก้ปัญหาการก่ออาชญากรรมแล้ว ต่อจากนี้ไปรัฐไม่สูญเสียรายได้ แต่จะเก็บภาษีรถได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยขึ้นด้วย